oil's profile╬══♡>>--»...Oil...«---<<...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 04 เ รี ย น รู้ ที่จะรักและรักษา
อารมณ์ เป็นใหญ่อารมณ์ เป็นใหญ่
เรามักอดทนคนทั้งโลกได้
เพราะเราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
แต่คนคนเดียวในโลก
ที่เรามักทนไม่ค่อยได้นั่นคือ
ค น รั ก ข อ ง ตั ว เ อ ง
.......................................
ยิ่งเรารู้ว่า ใ ค ร รั ก
เราจะยิ่ง ต า ม ใ จ ตัวเองมากขึ้น
เพราะรู้ว่าทำอย่างไร เขาก็ไม่มีวันเกลียดเราได้
เราจึงใช้อารมณ์กับคนรักเสมอ
ทั้งๆ ที่ใจจริงก็ไม่ได้อยากทำ
แต่ด้วยความเคยชิน เราจึงพลั้งเผลอ
พอรู้ตัวก็รู้สึกผิด แล้วก็บอกกับตัวเองว่า
"ฉันจะอารมณ์เสียใส่เธอเป็นครั้งสุดท้าย"
แต่ก็ไม่เคยสุดท้ายได้จริง
เพราะประมาทจึงทำซ้ำแล้วซ้ำอีก
บางทีเราอาจไม่รู้ตัวว่านาทีที่เราร้ายนั้น
เ ข า คิ ด อ ะ ไ ร อ ยู่ . . .
แ ล ะ ค ง น่ า เ สี ย ด า ย . . .
หากเราต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
"เมื่อเราบอกกับตัวเองว่า
เราจะใช้อารมณ์ครั้งนี้
เป็นครั้งสุดท้าย
แต่เขากลับคิดในใจคนเดียวเงียบๆ
ว่าเขาจะทนเรา
เป็นครั้งสุดท้ายเหมือนกัน" ท่ า ม ก ล า งคลื่นลมแรง
March 06 good or bad?????ดีหรือไม่ดี.....ยากที่จะบอก
นานมาแล้ว มีพระราชาองค์หนึ่ง พระราชาองค์นี้ มีคนสนิทคนหนึ่งที่พระองค์สนิทมาก และมักจะพาไปไหนมาไหนด้วยเสมอในทุกๆที่ แล้ววันหนึ่ง พระราชาก็ถูกหมาตัวหนึ่งกัดนิ้ว แผลฉกรรจ์มาก พระราชาจึงถามคนสนิทว่า นี่เป็นลางไม่ดีของพระองค์หรือเปล่า คนสนิทกลับตอบว่า " ดี หรือไม่ดี ยากที่จะบอก " และในที่สุด พระราชาก็ถูกตัดนิ้ว และพระราชาก็ถามคนสนิทอีกว่า นี่เป็นลางไม่ดีของพระองค์หรือเปล่า คนสนิทกลับตอบว่า " ดี หรือไม่ดียากที่จะบอก " พระราชาโกรธมาก เลยจับคนสนิทขังไว้ในคุก วันหนึ่ง พระราชาก็ได้เสด็จออกป่าล่าสัตว์ พระองค์ทรงตื่นเต้นมาก แล้วก็มุ่งเข้าไปในป่า ลึกเข้าไปเรื่อยๆ เมื่อมารู้ตัวอีกทีก็พบว่าพระองค์ได้หลงทางเสียแล้ว แต่ก่อนที่อะไรจะเลวร้ายไปกว่านั้น พระองค์ก็ได้พบกับชนเผ่าพื้นเมืองในป่าแห่งนั้น คนป่าพวกนั้น ต้องการจับพระราชาไปบูชายัญ แต่พวกเขาก็พบว่าพระราชานิ้วขาด จึงรีบปลดปล่อยพระราชา เพราะเชื่อว่าพระราชาไม่ใช่มนุษย์ที่สมบูรณ์เลย และไม่เหมาะที่จะนำไปบูชายัญ พระราชาจึงตัดสินใจกลับพระราชวังในที่สุด และสุดท้าย พระองค์ก็เข้าใจคำพูดของคนสนิทที่บอกว่า " ดีหรือไม่ดี ยากที่จะบอก " เพราะถ้าพระองค์มีนิ้วครบสมบูรณ์ พระองค์ต้องถูกฆ่าโดยคนป่าพวกนั้นอย่างแน่นอน พระราชาจึงสั่งปล่อยตัวคนสนิท และขอโทษเขา แต่พระราชากลับประหลาดใจ เมื่อคนสนิทกลับไม่โกรธพระองค์เลย ในทางตรงข้ามเขากลับบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเลยที่ท่านขังข้าไว้ ทำไมงั้นหรือ เพราะว่าถ้าพระองค์ไม่ขังข้าไว้ ข้าก็จะต้องตามท่านไปในป่า และในเมื่อท่านไม่เหมาะจะถูกบูชายัญ ข้าคงจะถูกนำไปบูชายัญแทนเป็นแน่ อีกครั้งกับคำที่ว่า ดี หรือไม่ดี ยากที่จะบอก เรื่องนี้อาจกล่าวได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ไม่มีการสรุปได้อย่างแน่นอนว่า ดี หรือ ไม่ดี บางครั้งสิ่งที่ดี อาจจะกลายเป็นสิ่งที่เลวร้าย ในขณะที่สิ่งที่เลวร้ายอาจกลายเป็นดีได้ สิ่งดีๆอะไรก็ตาม ที่เกิดขึ้นกับเรา จงสนุกสนานกับมัน แต่อย่าไปยึดติดกับมัน จงคิดเสียว่ามันเป็นสิ่งที่มาสร้างความประหลาดใจให้กับชีวิตของคุณ อะไรต่างๆ ที่มันเลวร้าย ซึ่งเกิดขึ้นกับคุณ ไม่จำเป็นต้องไปเศร้าเลย ตัวเลือกตัวเลือก
หากคนที่เรารักมีใครมากมายหลายคนเป็นตัวเลือก
แ ล ะ เ ร า คื อ ห นึ่ ง ใ น นั้ น
และมันกำลังทำให้เราทุกข์ใจ ทรมานใจ
ห วั่ นไ ห ว ก ลั ว ท้ อ แ ท้
และทำร้ายความรู้สึกเราอยู่ตลอดเวลา
แ ต่ สิ่ ง ใ ด ค ง ไ ม่ เ จ็ บ เ ท่ า
มันคงยากที่จะบรรยายออกมาเป็นถ้อยคำได้
เพราะนอกจากเราจะต้องเป็นตัวเลือก
ให้เขาเลือกไว้ใช้งานเล่นแล้ว
เรายังต้องเล่นเกมเดาใจเขาคนนั้นอยู่ตลอดเวลา
ในระหว่างที่เดาใจ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า
เราจะเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ เหมือนยืนอยู่บนฟางที่รอวันขาด
และเมื่อฟางขาด หัวใจก็แทบจะขาดตามไปด้วย
รักเขามาก แต่เขาไม่ได้รักเรา ไม่ได้เลือกเรานี่สิ
มันปวดร้าวยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด
ไม่เป็นไร ช่างเขา เ ข า ไม่เลือก เ ร า
เราก็ปล่อยให้เขาสนุกกับการใช้ชีวิต
แบบมีตัวเลือกไปอย่างนั้นเถอะ
บอกได้เลยว่าถ้าเขายังสำรองคนเข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อยๆ
เขาก็จะไม่มีวันได้เจอตัวจริง
และในที่สุดเขาก็จะไม่มีใครรักจริง
เพราะเขาไม่เคยคิดจะรักใคร!!!
เพราะฉะนั้น...ถ้าคิดในแง่บวก
(ซึ่งเป็นวิธีคิดวิธีเดียวที่จะทำให้เราใช้ชีวิตต่อได้อย่างมีความสุข)
เขาคนนั้นจะเหนื่อยไปอีกนาน
กับการที่ต้องเก็บตัวเลือกไว้ในชีวิตเยอะแยะมากมาย
ถ้าเราถอยออกมา
เหนื่อยใจในตอนแรกๆ แต่จะเป็นผลดีระยะยาวแน่นอน
แต่มีกฏเหล็กอยู่ข้อหนึ่งที่เราต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เพราะหลังจากที่เราถอยตัวเองออกมาทีละนิดๆ ได้แล้ว
ช่วงเวลานี้ เราต้องหยุดคิดเข้าข้างตัวเอง
หยุดคิดว่าเขายังรัก เขายังแคร์
อย่าพยายามเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนพัวพัน
อย่ายอมที่จะหลงกลเข้าไปในเกมรักเกมนั้น
เราก็เป็นได้แค่ตัวเลือกที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเขาไม่เลือก
ถ้ายังดิ้นรนจะเป็นหนึ่งในนั้นอีก เราก็มีแต่จะเจ็บปวด
เดินห่างออกมาเสียยังจะดีกว่า แล้วก็อย่าเข้าข้างตัวเอง
แต่จง "รักตัวเอง" ให้มากๆ เข้าไว้
เมื่อรักตัวเองได้เมื่อไร เราก็จะพบคุณค่าอันแสนยิ่งใหญ่
ที่จะช่วยให้เราภาคภูมิใจในตัวเอง
คิดในแง่ดีเข้าไว้ว่า
คนที่มีรักมากมายเหมือนมหาสมุทรเช่นเขาคนนั้น
ชีวิตเขาจะไม่มีวันเต็ม
หากขาดหยดน้ำ หยดเล็กๆ อย่างเราไป
ปล่อยให้เขาขาดอย่างนั้นไปเรื่อยๆ ดีกว่าเถอะ
เพราะบนทางเดินข้างหน้า
ยังมีคนที่ต้องการหยดน้ำอย่างเราอีกมากมาย
และเราอาจจะเป็นส่วนเติมชีวิตของเขาให้เต็มก็เป็นได้
February 16 ความหวั่นไหว...ในความเหงาความหวั่นไหว...ในความเหงา
"หลายครั้งที่เราวิ่งตามความรัก
แต่ความรักกลับวิ่งหนีไปจากเราอย่างไม่ไยดี
และในครั้งนี้ที่ความรักมาอ้าแขนรอเราอยู่ตรงหน้า
เราจะปฏิเสธความรักนั้น...ได้ลงคอเชียวหรือ?"
อาจจจะเป็นเพราะฉัน ใช้ชีวิตอยู่กับความเหงามานานเกินไป
จึงนึกเบื่อและอยากจะผลักไส
ด้วยหัวใจที่อยากจะสัมผัสกับความอ่อนหวานของความรัก
อี ก ค รั้ ง ห นึ่ ง
วันที่ฉันได้พบเขาครั้งแรก
เป็น "ความบังเอิญ" ของการเดินมาพบกัน
ของคนสองคนบนโลกใบใหญ่ สองคนที่ต่างก็เหงา...
แ ล ะ โ ห ย ห า ค ว า ม รั ก
แล้วสองคนเหงา ก็เอาหัวใจเหงา ๆ สองดวงมาคล้องเกี่ยวกันไว้
อย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดมากนัก
อาจเพราะเหงามานานแล้ว และเมื่อความรักมาทายทัก
จึงรีบเปิดประตูต้อนรับอย่างยินดี แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้า
ว่าทำไมความรักของฉันและเขาในครั้งนี้ จึงจบลงไปเร็วนัก
ทั้ง ๆ ที่ช่วงเวลาแห่งความรัก มันทั้งสวย...ทั้งหวาน
และเราต่างก็ทุ่มเทเพื่อความรักได้
เพื่อความรักแล้ว เรายอม...เราทน...เราเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้น
หรือว่าที่เราทำทุกอย่างไป จะไม่ใช่...เพื่อ "ความรัก"
เป็นไปได้ว่าสองคนเหงาที่บังเอิญมาพบกัน
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นอาจเป็นแค่เพียง "ความหวั่นไหว"
และที่ต่างฝ่ายต่างก็ยอมทำ...ยอมทน...
ยอมเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง
ก็เพราะเราต่างกลัวที่จะต้องกลับไปเหงาอีก
หัวใจเหงาที่รักกันอย่างหวั่นไหว
จะหวังอะไร...ว่าความรักนั้นจะอยู่กับเรานาน
ในเมื่อนั่น...ไม่ใช่ "ความรัก January 18 อดีตที่สำคัญ. . . สำหรับปัจจุบัน
November 23 การดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษาสุขภาพที่ดีการดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษาสุขภาพที่ดี ในประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้เป็นที่นิยมการดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า (ก่อนแปรงฟัน) เพื่อการรักษาสุขภาพที่ดี มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าน้ำสามารถใช้ชะลอความแก่ และสามารถบำบัดรักษาโรคได้ เราสามารถใช้น้ำเพื่อบำบัดรักษาโรคได้หลายโรค มีการพิสูจน์จนยอมรับว่าสามารถบำบัดรักษาโรคเหล่านี้ได้ผล 100% (ค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ระยะเวลา) ปวดหัว ปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจเต้นเร็วโรคลมบ้าหมู โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคแสลงคลื่นไส้ต่างๆ โรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรคริดสีดวง โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตา โรคภายในสตรี มะเร็ง และรอบเดือนไม่ปกติ โรคคอ หู จมูก วิธีการรักษา ปฏิบัติดังนี้ 1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำ 4 แก้ว (640 ซีซี) 2. หลังจากนั้น สามารถแปรงฟันและล้างหน้าได้ แต่ต้องไม่ดื่ม หรือรับประทานอะไร จนกว่า 45 นาที ผ่านไป จึงจะรับประทานได้ตามปกติ 3. หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว 15 นาที ต้องไม่ควรดื่มน้ำ หรือรับประทานเลย จนกว่า 2 ชั่วโมงผ่านไป 4. ผู้ป่วย หรือ คนชรา ที่ไม่สามารถดื่มน้ำ 4 แก้ว ก็ขอให้ค่อยๆ ดื่ม ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อยๆ จนได้ครบ 4 แก้ว ข้อปฏิบัติ 4 ข้อดังกล่าว จะทำให้ท่านบำบัดรักษาโรคที่เป็นอยู่ค่อยๆเบา และหายขาดได้ในที่สุด วิธีนี้ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น จากสถิติข้อมูลโรคที่บำบัดรักษาทำให้หายได้ภายในเวลาดังนี้ 1. โรคความดันโลหิตสูง 30 วัน 2. โรคกระเพาะ 10 วัน 3. โรคเบาหวาน 30 วัน 4. โรคท้องผูก 10 วัน 5. โรคมะเร็ง 180 วัน 6. โรควัณโรค 90 วัน สำหรับโรคไขข้ออักเสบจะเห็นผลภายใน 3 วันในสัปดาห์แรกให้ปฏิบัติทุกวัน วิธีรักษาแบบนี้ไม่มีผลเสียแต่อย่างใด เพียงแต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้น และหลังดื่มน้ำไปแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง จะปวดปัสสาวะ ซึ่งอาจไม่สะดวกในการเดินทางบ้างเท่านั้น ขอให้มีสุขภาพที่ดีทุกท่าน โดยคุณสมชาติ นิลทรานนท์ ApoplexyApoplexy
เส้นโลหิตในสมองบกพร่อง---เคล็ดลับการวินิจฉัยอาการโรค Apoplexy เพื่อนคนหนึ่งหกล้มในงานบาบีคิวปาร์ตี้ เพื่อนในงานแนะให้หาหมอ แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นไร เพียงแต่ใส่รองเท้าใหม่แล้วสะดุดเท่านั้น อิงอิงดูยืนไม่ค่อยมั่นคงเพื่อนช่วยปัดเป่าเสื้อผ้าให้แล้วยกอาหารจานใหม่ให้ร่วมสนุกกันต่อ หลังจากนั้น ผู้สามีแจ้งมาว่า อิงอิงถูกส่งเข้าโรงพยาบาล แต่แล้วก็เสียชีวิตตอน 6 โมงเย็น ถ้าหากเพื่อนๆรูจักวินิจฉัยอาการโรค ป่านนี้อิงอิงอาจยังมีชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ
บางคนเส้นโลหิตในสมองแตกอาจไม่ตาย แต่ก็อาจเป็นอัมพฤตหรืออัมพาด แพทย์ทางประสาทวิทยากล่าวว่า หากผู้ป่วยถึงมือแพทย์ภายใน 3 ชม. ก็จะมีโอกาสรอด วิธีวินิจฉัยอาการ ถ้าคนข้างเคียงไม่รู้จักวินิจฉัยอาการ สมองผู้ป่วยก็จะถูกทำลายอย่างร้ายแรง แพทย์แนะว่า คนข้างเคียงเพียงแค่ทดสอบผู้ป่วยด้วย 3 ข้อ ก็สามารถวินิจฉัยอาการได้ โปรดจำเคล็ดลับSTR ดังต่อไปนี้ S:(smile)ให้ผู้ป่วยยิ้ม T:(talk)ให้ผู้ป่วยพูดประโยคที่มีสาระสมบูรณ์ เช่น วันนี้อากาศสดใสดีจัง R:(raise)ให้ผู้ป่วยชูแขนสองข้าง อาการอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม ให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออก ถ้าลิ้นม้วนหรือเบี้ยวไปข้างหนึ่ง ใช่แล้ว ส่ออาการอันตราย
****ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปรกติข้อใดข้อหนึ่ง ให้รีบแจ้ง 119 และเล่าอาการให้ผู้รับสายฟัง November 13 ทำไมต้องดื่มน้ำมากๆเมื่อเร็วๆ นี้ผมได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งลงบทสัมภาษณ์ของดาราสาวสวยระดับนางเอกท่านหนึ่ง เกี่ยวกับร่างกายของเธอที่มีการผิดปกติ เธอมีอาการอุจจาระไม่ออก เมนส์ไม่มา แถมเธอยังเข้า ใจว่าการที่เมนส์มาบ้างไม่มาบ้างแล้วแต่อารมณ์นั้นเป็นเรื่องปกติขอผู้หญิงซะอีก
เธอบอกว่าไม่ชอบดื่มน้ำเพราะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย ส่วนใหญ่พวกดาราก็มักเป็นอย่างนี้ เพราะต้องอยู่แต่ ในกองถ่ายจะหาห้องน้ำสะอาดๆยาก เลยต้องอั้นอุจจาระปัสสาวะเอาไว้ หรือแก้โดยการไม่ดื่มน้ำจะได้ไม่ ต้องปัสสาวะ พฤติกรรมดังกล่าวนี้ไม่ใช่แค่เฉพาะดาราหรอกครับ มีอีกหลายอาชีพที่เป็นกันอย่างนี้ อาจจะเป็นเพราะภาวะสังคมที่รีบเร่งแข่งขันกัน ท่านที่ทำงานนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์หรือพนักงานทำบัญชีด้วยแล้ว ไม่ค่อยอยากจะลุกไปเข้าห้องน้ำกัน กลัวจะเสียเวลาทำงานหรือลืมเข้าห้องน้ำก็มี พอทำอย่างนี้ไปนานๆ เข้าร่างกายเราก็สร้างความคุ้นเคยว่าไม่ต้องอุจจาระไม่ต้องปัสสาวะกันเลย โดยร่างกายเข้าใจว่า วิธีการนี้ ถูกต้อง ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำ 70 กว่าเปอร์เซนต์ เลือดเราประกอบด้วยน้ำ 90 กว่าเปอร์เซนต์ กระดูกเราก็ประกอบด้วยน้ำ 22 เปอร์เซนต์ ร่างกายเราเสียน้ำวันละ 2 ลิตรเศษ แล้วรับน้ำเข้าไป เพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่พอเราก็ถือว่าขาดน้ำ ร่างกายและอวัยวะภายในจะรวนผิดปกติไปหมด เลือดเราจะข้นหนืด ยากที่หัวใจจะสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่างๆของร่างกายหัวใจเองนั่นแหละ จะตีบตันเสียก่อน ต้องทำบายพาสกันวุ่นวาย ความจำก็จะเสื่อมหรือเป็นอัลไซเมอร์ เพราะเลือดเลี้ยงสมองไม่พอ เส้นเลือดก็จะตีบตันหมดหรือไม่มีเลือดจะขึ้นไปเลี้ยง จากประสบการณ์ที่พบคนไข้ที่เป็นโรคความจำเสื่อม เป็นถึงระดับผู้บริหารใหญ่ๆก็หลายท่าน ดื่มน้ำวันละ 2-3 แก้ว ไม่เกิน 500 ซี.ซี. เลือดก็ข้นหนืด เต็มไปด้วยไขมัน สังเกตได้ หัวตาเหมือนกับเอาพู่กันป้ายสีขาวไว้ และก็ฟันธงได้เลยว่าทุกรายถ้าดื่มน้ำอย่างนี้คลอเรสเทอรอลสูงทุกคน รอให้เส้นเลือดอุดตันได้เลย เมื่อไปหาหมอ หมอก็จะจ่ายยาละลายลิ่มเลือดให้กิน มันก็เหมือนเราเอาสารส้มแกว่งในตุ่มน้ำเพื่อให้น้ำใส ตะกอนเมื่อมันนอนก้น น้ำก็จะใส แต่ถ้าเอาอะไรไปแกว่งทำให้น้ำกระเทือน ตะกอนก็ยังจะลอยขึ้นมาทำให้น้ำขุ่นอีกอยู่ดี เช่นเดียวกัน เมื่อเรากินยา เลือดก็จะใส แค่ตะกอนในร่างกายมันยังไม่ออก ยังนอนก้นอยู่ในร่างกายเรา ดังนั้นเราต้องใช้น้ำพาตะกอนเหล่านั้นออกมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นมันก็จะกลับไปอุดตันเส้นเลือดเราอีก เมื่อร่างกายขาดน้ำลำไส้ก็แห้ง ไม่มีน้ำที่จะพอเอาอุจจาระออกมาได้ของเสียก็จะสะสมอยู่ในลำไส้ และลำไส้ก็ดูดซึมของเสียนั้นกลับเข้าร่างกายอีก เลือดเราก็ยังสกปรกและข้นหนืดมากขึ้นไปอีก และลอง พิจารณาดูครับว่า เลือดที่เสียเมื่อเข้าไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายแล้วนั้น จะให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมายเพียงใด ที่ถูกแล้วเราควรจะอุจจาระ 1-3 ครั้งทุกๆวัน ออกมาเป็นเส้นไม่เล็กนัก ปริมาณพอสมควรกับอาหารที่เราทานเข้าไป ไม่ใช่ทานเข้าไป 1 กิโลกรัม ถ่ายออกมา 1 ขีด ที่เหลือหายไปไหนหมด มันเข้าไปบำรุงร่างกายเราทั้งหมดหรือ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราคงตัวโตเท่าช้างแน่ การที่รอบเดือนหายไป 5-6 เดือนหรือ มา ๆ หยุด ๆ แล้วแต่อารมณ์นั้น ไม่ใช่เรื่องปกติของผู้หญิงทั่วไป ที่ถูกแล้ว รอบเดือนจะช้าเร็วไม่ควรเกิน 7 วัน ถ้าผิดไปจากนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง ยกเว้นแต่ตั้งครรภ์ สำหรับดาราสาวท่านนี้ ดื่มน้ำน้อยมาก เลือดคงจะข้นหนืด ผนังมดลูกคงจะแห้งไม่ลอกหลุดออกมาเมื่อมีไข่ตก และไม่ได้รับการผสมพันธุ์ เลือดนั้นก็ยังสะสมเป็นของเสียอยู่ที่ผนังมดลูกเดือนแล้วเดือนเล่าเมื่อช่องทางการขับของเสียดำเนินไม่ได้ตามธรรมชาติ ร่างกายก็จะสร้างรั้วขอบเขตเป็นถุงเป็นเนื้องอก มาหุ้มห่อของเสียนั้นไว้ ของเสียก็จะค่อย ๆ กลายเป็นเนื้องอก และกลายเป็นมะเร็งในที่สุด
ช่องทางในการขับของเสียออกจะมีอยู่ 5 ช่องทางด้วยกันคือ 1. ไต ขับออกมาทางปัสสาวะ 2. ลำไส้ใหญ่ ขับออกมาทางอุจจาระ 3. ปอด ขับออกมาทางลมหายใจ 4. ผิวหนัง ขับออกมาทางเหงื่อ 5. รอบเดือน ขับออกมาทางประจำเดือน เมื่อช่องทางการขับของเสียไม่สมบูรณ์ หรือถูกปิดกั้นมันก็จะต้องพยายามหาทางออกให้ได้ เช่น ออกมาเป็น สิว ฝ้า กระ ฝี ริดสีดวง สิ่งเหล่านี้เป็นของเสียที่ร่างกายพยายามขับออกมาทั้งนั้น ดังนั้นถ้าเรามีอาการดังที่กล่าวมา ก็ขอให้เราจงเข้าใจด้วยว่าร่างกายเรามีของเน่าเสียอยู่ภายในแล้ว มันเป็นสัญญาณเตือนภัย ที่เราไม่ควรมองข้าม หรือกินแต่ยา ฉีดยา กดอาการเหล่านี้ไว้ไม่ให้แสดงออก เพราะนั่นไม่ใช่วิธีการรักษา หรือบำบัดโรคต่างๆให้หายไป แต่กลับเป็นการทำให้โรคหรืออาการนั้นรุกคืบไปเรื่อยๆ เหมือนรุกใต้ดินโดย ที่เราไม่รู้สึกอะไร จะรู้สึกตัวอีกทีก็ต่อเมื่อสายเสียแล้ว... ที่มา : นิตยสารตั้งตัว ฉบับเดือน เมษายน September 13 เมื่อความรัก คือ ความห่วงใยเมื่อความรัก คือ ความห่วงใย คำที่ใช้แทนคำว่า “ ความรัก” ได้ดีที่สุด น่าจะเป็นคำว่า “ใส่ใจ” หากคุณคิดที่จะบอกรัก หรือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน ลองถามตัวเองดูว่า คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน? “ความใส่ใจ” ไม่ใช่ ความเอาใจ หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้ ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อซื้อซื้อของเยอะแยะมากมาย เพื่อเอาใจ... นั่นแหละถึงเรียกว่า “ความใส่ใจ” “ความใส่ใจ” ไม่ใช่ ความหึงหวง หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืนถามว่าถึงบ้านหรือยัง เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น... นั่นแหล่ะเรียกว่า “ความใส่ใจ” “ความใส่ใจ” ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณซักอย่างด้วยความตั้งใจ แต่คุณกลับไม่ชอบมัน คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป ใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย หาก คุณทะเลาะกับคนรัก แต่แล้ววันรุ่งขึ้น คนรักของคุณยังโทรมาแสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ เหมือนทุกๆ วัน ทั้งๆ ที่ยังไม่หายโกรธ... นั่นแหละเรียกว่า “ความใส่ใจ” หาก คนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง เอาไว้ทีหลัง เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ... นั่นแหละเรียกว่า “ความใส่ใจ” คนเราบางครั้งก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง หาก คุณต้องเดินทางไกล มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า “ถึงหรือยัง” “ปลอดภัยดีไหม” “เหนื่อยไหม” หาก คุณต้องปฏิบัติภารกิจสำคุญไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องเรียน มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้ และโทรมาบอกว่า “โชคดีนะ ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้” หาก คุณต้องขับรถคนเดียว มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า “ขับรถดีๆ นะ” หาก คุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา และพักผ่อนมากๆ “ความใส่ใจ” กับ “ความเกรงใจ” คล้ายกันในหลายๆ ด้าน คุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน ความเกรงใจเป็นสิ่งดี และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน คุณเห็นไหมล่ะว่า ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน เพียงแต่วันนี้ คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง?
September 09 คนที่ต้องการ... คนที่ต้องการ...
หนังสือเล่มหนึ่งเคยถามฉันว่า..
"คนที่เข้าใจในตัวคุณมากที่สุด คุณอยากให้เป็นประมาณไหน?"
ฉันคงตอบว่า...
"แค่รับความเลวของเราได้มากกว่าใคร
และพร้อมจะอยู่เคียงข้างเราเสมอ ก็เพียงพอแล้ว"
ทุกคนต่างมีความเลวด้วยกันทั้งนั้น
ฉันเองก็มีข้อเสียเยอะ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง
แต่มันจะดีสักแค่ไหน ถ้ามีใครสักคนที่ "รับความเลว" ของคุณได้
บางคนคาดหวังไว้ว่าคนที่จะคบ ต้องดีอย่างนู้นอย่างนี้
คงไม่มีใครคิดไว้เลยว่าจะต้องกินเหล้า เจ้าชู้ พูดจากวนประสาท
แต่พอเจอคนนั้นจริงๆ
คนที่คิดว่า "ใช่" กลับไม่ได้เป็นเหมือนที่วาดเอาไว้
เพราะ "ความรัก" มันกำหนดไม่ได้ว่าจะให้รักคนนี้ ไม่รักคนนั้น
ที่กำหนดได้มันคือ "ความชอบ" มากกว่า
** แต่ที่สำคัญ คือ
ถ้าเค้าสามารถรับความเลวของคุณได้ด้วยเหมือนกันล่ะ มันเจ๋งขนาดไหน
แล้วคนที่คุณกำลังคบอยู่ตอนนี้ล่ะ เป็นเหมือนที่คุณวาดไว้รึปล่าว
ถ้าเป็นคุณก้อควรบอกเค้านะว่าเค้าน่ะ เป็นญ/ชในฝันของคุณเลย
แต่ถ้าไม่ใช่...
คุณก้อควรบอกให้เค้ารู้ว่า..
ไม่ว่าเค้าจะดีหรือเลว
จะต่างจากที่คุณฝันไว้แค่ไหน
แต่คุณก็ยัง "รัก" เค้า September 01 ความรู้สึกในบางครั้ง
August 30 3 Things...
May 23 ของขวัญจากในหลวง
April 28 ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวิต
April 17 25 วิธีมีความสุขกับสิ่งรอบตัว 25 วิธีมีความสุขกับสิ่งรอบตัว![]() 1. คิดใหม่ ใช้ชีวิตราวกับว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย คนที่ป่วยหนักใกล้ตาย จะไม่ปล่อยเวลาให้สายเกินไปอีกแล้ว
จะท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง หรือติดต่อพบปะเพื่อนฝูง
เราทุกคนก็ควรตระหนักว่าอาจไม่มี “พรุ่งนี้” ก็ได้
2. จดบันทึก เขียนเล่าเรื่องถึงสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณทุกวัน การจดบันทึกช่วยแก้ปัญหาและขจัดเรื่องไม่ดีที่รกสมองออกไปได้ด้วย 3. มองในแง่มุมอื่นบ้าง ลองคิดว่าคุณอยากให้คนอื่นจดจำคุณในด้านใด หรือหากวันหนึ่งต้องเล่าเรื่องชีวิตตนเองให้หลาน ๆ ฟัง คุณจะเล่าอะไร แล้วคุณพลาดการนัดกับเพื่อนเพื่อไปดูหนัง
ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อมองย้อนกลับไป
4. อย่าให้เรื่องเล็กน้อยกวนใจ ไม่คุ้มหรอกที่จะหัวเสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หากคนขับรถข้าง ๆ ไม่ยอมให้คุณเบียดเข้าเลน ก็ยิ้มและโบกมือให้เขาไปเลย
5. ทำงานยากให้เสร็จ ลงมือได้แล้ว อย่าผัดวันประกันพรุ่ง โอ้เอ้ไปก็มีแต่ทำให้หนักใจเหนื่อยกาย ไหนๆงานนี้ก็ต้องทำโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง
ก็น่าจะทำให้เสร็จ ๆ ไปเลย
6. เลิกทำตัวจำเจ ชีวิตคงน่าเบื่อหากทำอะไรซ้ำซากทุกวันทุกสัปดาห์ เราน่าจะมีเรื่องแปลกใหม่มาทำให้หัวใจกระชุ่มกระช่วยบ้าง เปลี่ยนแปลงตัวเองด้านการแต่งกาย ทรงผม ทานอาหารรสชาดใหม่ๆ ![]() 7. อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น ใครจะมีสระว่ายน้ำ บ้านหลังใหญ่ๆ รถหรูคันใหม่ ไม่ต้องสนใจ หากดูให้ดี ๆ คุณอาจพบว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องทำงานสัปดาห์ละเจ็ดวัน ไม่มีเวลาเจอคนในบ้านหรือเพื่อนฝูง หรืออาจต้องผ่อนหนี้สินไปอีกหลายสิบปี 8. กำจัดข้าวของรกบ้าน เสื้อผ้า ของเล่น หนังสือเก่า ที่ไม่ใช้แล้ว ยกไปบริจาคเถิด ได้บุญกุศล
9. รู้จักเอ่ยคำว่า “ไม่” ไม่ต้องลงมือทำเองทุกเรื่อง เพราะชีวิตคุณก็วุ่นวายพออยู่แล้ว
10. รดน้ำต้นรัก รักคู่ครองของคุณอย่างที่เขาเป็นที่ คุณคิดว่าเขาเปลี่ยนไปนั้นเป็นความจริงหรือ
ทุกอย่างเมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องบำรุงรักษาเป็นของธรรมดา ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาก็เช่นกัน ต้องมีการดูแลใจใส่กันบ้าง
11. อย่าให้ความคุ้นเคยกลายเป็นไม่ไว้หน้า หากคุณให้เกียรติเพื่อนหรือผู้อื่น คู่ครอง และคนในครอบครัว
คุณก็ควรได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน
![]() 12. มอบความรักให้คู่ครอง ครอบครัว และเพื่อน ๆ อย่าเขินที่จะบอกคนเหล่านี้ว่า คุณ “รัก” พวกเขาตรงไหน เมื่อเขาทำอะไรดี ๆ ก็กล่าวคำชื่นชมบ้าง คำชมเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เคยทำร้ายใคร 13. อย่ารับปรับทุกข์ทุกเรื่อง หากปัญหาของเพื่อนเริ่มมีผลกระทบต่อตัวคุณก็ไม่ต้องฝืนทำตัวเป็นเสาหลักให้เขาพิงอยู่เรื่อยไป ให้เพื่อนหัดแก้ปัญหาและก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยตัวเอง
14. ติดต่อเพื่อนเก่า ยังไม่สายเกินไปที่จะโทรศัพท์ ส่งอีเมล์ หรือเขียนจดหมายถึงเขา ส่ง SMS 15. บำรุงอารมณ์ด้วยสีเขียว ตัดดอกไม้สดจากสวน หรือตื่นแต่เช้าไปตลาดซื้อดอกไม้ ที่สดใสนำมาใส่แจกัน 16. ไปทะเลกันดีกว่า ทิวทัศน์กว้างไกล สายลม เกลียวคลื่น สองเท้าเปลือยเปล่าย่ำบนผืนทราย และแสงแดดลูบไล้แผ่นหลัง ไม่มีอะไรทำให้จิตใจเริงรื่นชื่นบานได้ดีกว่านี้อีกแล้ว ![]() 17. สร้างสรรค์ผลงาน จะเป็นภาพเขียน เย็บปักถักร้อย อบขนม จัดสวน หรืออะไรก็ได้ 18. สูดอากาศบริสุทธิ์ ออกไปข้างนอกหรือเปิดหน้าต่างกว้าง ๆ สูดหายใจให้เต็มปอด คุณจะรู้สึกว่าอากาศเสียถูกขับออกจากตัว 19. ออกไปเดินเล่น การออกกำลังกายเบา ๆ จะช่วยเติมชีวิตชีวาให้คุณทั้งร่างกายและจิตใจ
20. ดูหนังตลกและหัวเราะให้สบายใจ 21. ย้ายเครื่องเรือนและของแต่งบ้าน หรืออาจทาสีห้องและผนังใหม่ด้วย
22. รอคอยสิ่งดี ๆ เช่น วันหยุดพักร้อน ออกท่องราตรีกับเพื่อนฝูง ไปดูหนัง ฟังเพลง หาร้านอาหารอร่อย ๆ ที่ไม่เคยไป รอโทรศัพท์จากคนรู้ใจ
23. ชวนเพื่อน/ คนรู้จัก หรือใครก็ได้ มากินมื้อค่ำ จัดห้อง โต๊ะอาหารที่บ้านให้แปลกไปจากเดิม เสริฟ์เครื่องดื่มค็อกเทล เปิดเพลงเสริมบรรยากาศ สนุกกับการเตรียมอาหาร ทุกคนจะปลาบปลื้มหากเห็นว่าคุณทุ่มสุดฝีมือ แล้วค่ำคืนนั้นก็จะครึกครื้น ![]() 24. ยิ้มไว้ ยิ้มเป็นโรคติดต่อ ไม่เชื่อลองยิ้มดูสิ 25. ทำให้คนอื่นมีความสุขบ้าง ทำเพื่อตัวเองมามากแล้วก็น่าจะทำเพื่อคนอื่นบ้าง อาสาช่วยงานกุศล บริจาค พากันไปท่องเที่ยวหาความสุข หรือช่วยทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คนอื่นมีความสุข เพียงเท่านี้ การใช้ชีวิตให้สุดคุ้มก็ไม่ยากอย่างที่คิด
![]() March 29 ห า ก ชี วิ ต คื อ ก า แ ฟ... I love coffee. Actually, "love" is an understatement. My passion runs deep for that perfect cup of Joe. Always black--no cream, no sugar. Just the bean and me...ห า ก ชี วิ ต คื อ ก า แ ฟ... ![]() วันหนึ่ง ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแห่งน็อตเทรอะดาม กลุ่มหนึ่งกลับไปเยี่ยมสถาบัน ไม่ช้าวงสนทนาก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นการบ่นพร่ำเกี่ยวกับความเครียดในเรื่อง การทำงานและปัญหาชีวิต แล้วอาจารย์ก็เสนอเลี้ยงกาแฟกลุ่มลูกศิษย์เก่า อาจารย์เดินเข้าไปในครัวและออกมาพร้อมกับกาแฟเหยือกโตและถ้วยกาแฟแบบต่างๆ บ้างเป็นถ้วยกระเบื้อง บ้างเป็นถ้วยพลาสติก และบ้างทำด้วยแก้วโดยบางใบเป็นแบบพื้นๆ ธรรมดา บางใบสวยวิจิตรสูงค่า อาจารย์บอกให้ลูกศิษย์แต่ละคนจัดการการดื่มกาแฟร้อนๆ กันเอาเอง และเมื่อลูกศิษย์ทุกคนต่างมีถ้วยกาแฟในมือกันทุกคนแล้ว อาจารย์ก็กล่าวว่า ลองสังเกตุดูกันหรือเปล่าว่า ถ้วยสวยๆแพงๆ ถูกเลือกไปหมดเหลือไว้แต่ถ้วยแบบธรรมดาราคาถูก เป็นเรื่องปกตินะที่พวกเราต่างก็มักจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ซึ่งนี่คือที่มาของความเครียดและปัญหาทั้งหลายแหล่ในชีวิต ในขณะที่สิ่งที่พวกเราต้องการแท้จริงแล้วคือกาแฟไม่ใช่ถ้วยกาแฟ แต่จิตสำนึกกลับนำพาเราไปเลือกที่ถ้วยและมิหนำซ้ำยังคอยชำเลืองมองถ้วยของ คนอื่นๆอีกด้วย หากชีวิตคือกาแฟ หน้าที่การงาน ตำแหน่งต่างๆ ในสังคมก็คือถ้วยใส่กาแฟ มันเป็นเพียงเครื่องมืออุปกรณ์ช่วยหยิบจับหรือประคองชีวิตของเรา มันไม่ได้ทำให้เนื้อหาจริงๆ ของชีวิตเปลี่ยนไป บางครั้ง.........การมัวไปเพ่งเล็งที่ถ้วยใส่กาแฟก็ทำให้เราลืมที่จะใส่ใจ กับรสชาติของตัวกาแฟ เมื่อเช้านี้ถ้วยกาแฟ เอ๊ะ ไม่ใช่สิ กาแฟของคุณรสชาติเป็นยังไง? สูตร ESPRESSO SODA เตรียม – กาแฟ ESPRESSO 2 ช้อนชา - น้ำแข็ง - น้ำตาล - โซดา ½ ถ้วย - น้ำมะนาวนิดหน่อย ![]() วิธีทำ -ผสมน้ำตาลกับกาแฟ ESPRESSO (ใช้กาแฟเม็ดที่บดแล้วนำมากลั่นเป็นน้ำกาแฟ ถ้าไม่มีเครื่องก็ใช้กาแฟชงโดยใส่น้ำนิดหน่อย) แล้วผสมน้ำโซดากับน้ำแข็งลงไป ใส่น้ำมะนาวนิดหน่อย เชียร์.... March 27 ชีวิตสอนให้รู้ว่า...
|
|
|